By Chatchai Aiyara on 7 ตุลาคม 2015 at 23:11:47
  1. Chatchai Aiyara

    Staff Member

    สมัครเมื่อ:
    12 กรกฎาคม 2014
    ข้อความโพสต์:
    12
    คำชอบใจ:
    12
    คะแนนสะสม:
    13
    เพศ:
    เพศชาย
    leijun3.
    บทสัมภาษณ์ของซีอีโอเสียวหมี่ เหลย จวิน (Lei Jun) จากนิตยสาร Wall Street Journal China ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558

    WSJ: เสียวหมี่ประสบความสำเร็จอย่างมากแม้นว่าที่ผ่านมาก็มีอุปสรรคบ้างเช่นกัน เรื่องใดที่คุณคิดว่าใหญ่ที่สุด

    Lei Jun: ลำดับแรกเราต้องบริหารสิ่งที่ผู้คนคาดหวังจากเสียวหมี่ทั้งจากภายในและภายนอกบริษัทฯ เราเติบโตมาแบบก้าวกระโดด แม้ช่วงเศรษฐกิจโลกซบเซาช่วงครึ่งแรกของปีนี้เรายังเติบโตได้ 33% แต่คนบอกว่ายังโตเร็วไม่พอซึ่งผมว่าไร้สาระ นี่พูดถึงบริษัทที่มีอายุแค่ห้าปีนะ ผู้คนล้วนคาดหวังเราไว้สูงตลอด

    ห้าปีก่อนเราเริ่มมาจากเสื่อผืนหมอนใบ เริ่มต้นจากศูนย์ แต่วันนี้ทุกท่านล้วนคาดหวังเราไว้สูงส่ง ดังนั้นในแต่ละสนามการแข่งขันถ้าจะให้เราต้องทำทุกเรื่องให้สำเร็จทั้งหมดผมขอตอบว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ ความพยายามเอาชนะในทุกการแข่งขันบางครั้งก็ทำให้เราหลงออกนอกเส้นทางที่เป็นเป้าหมายหลักได้ สิ่งที่เสียวหมี่จะต้องดำเนินการก็คือวางตำแหน่งตัวเองในตลาดสมาร์ทโฟนให้อยู่ในจุดที่แข็งแกร่งไม่ใช่แต่เพียงจะเพิ่มยอดขาย ที่พูดนี้ผมหมายถึงการบริหารความคาดหวังจากผู้คนทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กรแล้วกำหนดเส้นทางที่บริษัทจะก้าวเดินไป ซึ่งหลักๆคือต้องรักษาไว้ซึ่งพื้นฐานสำคัญคือ ผู้ใช้งานแล้วต้องชอบ และมีนวัตกรรมของตัวสินค้า ทำอย่างไรจะทำให้ลูกค้าร้องว้าวได้?

    ประการถัดมา บริษัทยังคงต้องแสดงให้เห็นว่าโมเดลธุรกิจของเสียวหมี่นั้นเวิร์คในต่างประเทศด้วย ไม่ประเทศใดก็ประเทศหนึ่งนอกจากจีนเสียวหมี่จะต้องประสบความสำเร็จให้ได้อย่างถล่มทลายในตลาดเศรษฐกิจใหม่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเพื่อพิสูจน์โมเดลธุรกิจ เราให้เวลาบริษัทฯในการขึ้นเป็นบริษัทสมาร์ทโฟนท้อปทรี หรืออาจจะเป็นเบอร์หนึ่งเลยก็ได้ภายในสามปี ดังนั้นเราจึงไม่ได้เขียนแผนธุรกิจโดยพึ่งพาอยู่แต่กับยอดขาย บริษัทจะต้องยังไม่ทำเงินจนกว่าเราจะเติบโตแข็งแกร่งในประเทศใดประเทศหนึ่งหรือในภูมิภาคหนึ่งแล้วภายนอกจีน
    leijun4.
    ผมขอยกตัวอย่างว่า เราทำธุรกิจในไต้หวันและฮ่องกงได้ แต่ฐานประชากรในสองประเทศนี้มีขนาดเล็กเกินไปทำให้ยากต่อการขายสินค้าออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ หัวใจหลักของการขายออนไลน์คือต้องมีฐานจำนวนประชากรพอสมควร ยกตัวอย่างเช่น หากเราประเมินว่าจะขายสินค้าให้ได้สัก 10-20% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในอินเดียหรือประเทศขนาดใหญ่อื่นๆ แบบนี้จึงจะสามารถสร้างอิทธิพลทางสื่อออนไลน์ที่ทรงพลัง และก่อให้เกิดเม็ดเงินรายได้จากช่องทางต่างๆ
    leijun5.
    สิ่งท้าทายต่างๆที่เราประสบมาก็คือมีความคาดหวังว่าบริษัทจะต้องโตเท่านั้นเท่านี้ อย่าลืมว่าคู่แข่งของเราก็แกร่งขึ้นเช่นกันก่อนหน้านี้บริษัทก็เป็นเพียงผู้สร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นนำเสนอสู่ตลาด เรียกว่าเป็นผู้แข่งขันรายหนึ่งในตลาด ก่อนหน้านี้คนจึงไม่ได้มามองมาสนใจเรามากนัก แต่จู่จู่เราก็ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งเฉยเลย เมื่อถูกจับตาเป็นพิเศษในรอบปีที่ผ่านมาจึงมีแรงกดดันบ้างต่อตัวบริษัทในการบริหารการประชาสัมพันธ์การสือสารของตัวองค์กรและจากการแข่งขันของตลาดที่สูง


    WSJ: ประธานเสียวหมี่ ฺปิน หลิน (Bin Lin) ให้สัมภาษณ์ว่าห้าปีต่อจากนี้ไปตลาดสมาร์ทโฟนจะโตแบบก้าวกระโดดได้ยากเย็นมาก ดังนี้แล้วเสียวหมี่จะสร้างนวัตกรรมอะไรใหม่อีกไหม แล้วทำอย่างไรเสียวหมี่จึงจะขึ้นเป็นผู้นำตลาดได้?

    Lei Jun: ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีนขณะนี้มาถึงจุดคู่แข่งขันต้องต่อสู้ทำลายกันเองเพื่อแย่งชิงตลาดแล้ว ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกล้วนเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงทั้งนั้น คุณเชื่อไหมบริษัทสมาร์ทโฟนในจีนยังมีเป็นสิบๆในขณะที่ทั่วโลกเหลือคู่แข่งในแต่ละตลาดเพียงไม่กี่รายแข่งขันกันเท่านั้น ผมคาดการณ์ว่าการต่อสู้ฟาดฟันกันระหว่างคู่แข่งในจีนจะดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อยสองถึงสามปี ขณะนี้เราจึงมุ่งเน้นผลิตสินค้าที่ดีมีคุณภาพและเพิ่มสัดส่วนตลาดให้ได้สองเท่าตัว ทั้งนี้เพราะผมมองว่าเรายังมีช่องว่างที่ให้พัฒนาตัวเองอีกมาก เมื่อเราเก่งในสิ่งที่เราทำผมเชื่อว่าเราจะขยายสัดส่วนตลาดเราได้อีกสองเท่าตัวแน่ๆ การแข่งขันยิ่งมีมากผมยิ่งชอบเพราะเราได้เปรียบที่เราออกตัวขยับได้เร็วกว่า และด้านปริมาณผลิตเราก็ได้เปรียบอีก ยิ่งสู้กันเลือดอาบเท่าไหร่คู่แข่งก็จะยิ่งเจ็บตัว ดังนั้นถ้าถามผมสำหรับผมแล้วผมย่อมอยากเห็นการแข่งขันแบบเลือดตกยางออกในตลาดจีน

    ในด้านการสร้างนวัตกรรม ที่บอกว่าสมาร์ทโฟนจะโตแบบก้าวกระโดดได้ยาก แต่ไม่ได้หมายความว่าโตไม่ได้ แม้ว่าความเปลี่ยนแปลงแบบใหญ่ๆอาจจะไม่เกิดขึ้นแต่ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับการพัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้งานที่เราจะต้องคิดค้นและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆด้านนี้ แต่ก่อนถ้าคุณผลิตมือถือก็หวังว่าจะขายให้คนทั้งพันล้านคนทั่วโลกแต่บัดนี้ไม่ได้ คุณจะต้องออกแบบมือถือให้ผู้คนแต่ละกลุ่มในแต่ละสภาพแวดล้อม แทบจะเป็นไปได้ยากแล้วที่จะสร้างนวัตกรรมเพื่อหวังกลุ่มผู้ใช้งานแบบองค์รวม แต่นวัตกรรมที่จะมุ่งเน้นกลุ่มผู้ใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละสภาพแวดล้อมแทบจะยังไม่ได้เริ่มคิดทำกันเลยเพราะผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มก็ล้วนมีความต้องการแตกต่างกันออกไป

    WSJ: คุณช่วยอธิบายโมเดลธุรกิจของเสียวหมี่หน่อยได้ไหม ถ้าขายเครื่องโดยแทบไม่ได้กำไรแล้วคุณจะทำกำไรได้จากไหน

    Lei Jun: ผมอธิบายเรื่องนี้มานับหมื่นรอบแล้ว นั่นเพราะว่าเสียวหมี่เป็นบริษัทแรกที่เปลี่ยนให้ตัวเครืองฮาร์ดแวร์ให้เป็นสะพานเชื่อมไปสู่ธุรกิจได้ อย่างที่รู้ว่าบริษัทอย่าง Tencent Baidu Google หรือ Facebook ก็ล้วนมีแพลตฟอร์มทางธุรกิจของตนเอง แต่เสียวหมี่บอกว่าถ้าทำให้ดีแล้วโทรศัพท์มือถือก็เป็นแพลตฟอร์มทางธุรกิจเช่นกัน แถมใหญ่ด้วย ใหญ่แค่ไหนหรือครับ วันนี้มีผู้ใช้โทรศัพท์เสียวหมี่ในจีน 130 ล้านคน ซึ่งนับเป็น 10%ของจำนวนประชากรทั้งหมด กลุ่มผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นคนอายุน้อย ดังนั้นเราจึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อประชากรช่วงวัยเยาว์ คนเหล่านี้ดูทีวี ฟังเพลง อ่านหนังสือ อ่านข่าว เมื่อเสียวหมี่ให้บริการสิ่งเหล่านี้ผ่านมือถือของเราแล้วไม่นับว่าเราเป็นผู้ให้บริการเนื้อหาขนาดใหญ่แล้วเรียกว่าอะไร? ในแต่ละวันผู้ใช้งานแต่ละคนหยิบโทรศัพท์มาใช้ 115 ครั้ง ใช้เวลาอยู่หน้าจอโทรศัพท์มือถือวันละสีชั่วโมงครึ่ง คุณลองคิดเอาว่าเรามีแพลตฟอร์มสื่อที่พร้อมกระจายข้อมูลไปยังผู้บริโภคที่ทรงอิทธิพลเพียงใด

    WSJ: ตามที่เสียวหมี่ได้ว่าจ้างบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญสองตำแหน่งในปีนี้ คือด้านทรัพย์สินทางปัญญา และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) ดังนี้ เสียวหมี่จะทิศทางอย่างไรด้านทรัพย์สินทางปัญญา และการว่าจ้าง CFO หมายถึงคุณกำลังจะเตรียมนำหุ้นเข้าตลาดใช่ไหม

    Lei Jun: เราได้ หวัง เสียง (Wang Xiang) อดีตรองประธานอาวุโสของ Qualcomm มาร่วมงานเพื่อดูแลเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นว่าจะพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นไปอีกขั้นเพราะบริษัทให้ความสำคัญด้านวัตกรรมอย่างมาก ปีที่ผ่านมาเรายื่นจดสิทธิบัตรไป 2700 คำขอ ส่วนปีนี้เราตั้งเป้าไว้ที่ 4000 คำขอ

    ส่วนเรื่องนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ ผมจะยังไม่ทำภายในห้าปีนับจากนี้ เหตุผลง่ายมาก ผมเองก็มีหุ้นอยู่ในบริษัทที่จดทะเบียนหลักทรัพย์และผมเข้าใจดีถึงข้อดีและข้อเสียของการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาด ดังนั้น หลังจากห้าปีต่อจากนี้เราจึงค่อยคิดว่าจะนำหุ้นเสียวหมี่เข้าตลาดหลักทรัพย์หรือไม่

    WSJ: สภาพเศรษฐกิจมหภาคมีผลกระทบต่อเสียวหมี่หรือไม่

    Lei Jun: มีผลแน่นอน ค่าเงินหยวนอ่อน ค่าเงินอินเดียก็อ่อน ค่าเงินอินโดนีเซียก็อ่อนเช่นกัน ส่วนค่าเงินบราซิลยิ่งอ่อนที่สุด หากบริษัทไม่ปรับราคา การอ่อนตัวของค่าเงินย่อมจะทำให้เราขายขาดทุน อย่างไรก็ตามยังโชคดีที่ธุรกิจในต่างประเทศยังมีสัดส่วนไม่มากคิดเป็นเพียงไม่ถึง 10% ของรายได้รวมของธุรกิจ

    คำแปลบทสัมภาษณ์เหลย จวิน (Lei Jun) จาก WSJ.COM ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 1/10/2015

    #Xiaomi #MIUI #MIUI Thailand #Lei Jun #เสียวหมี่ #มือถือจีน #เสี่ยวมี่ #การตลาด
     
    phant และ ปาโมกข์ ชอบโพสต์นี้.

ตอบกลับ

หัวข้อกระทู้ ใน 'ข่าวสาร' เริ่มโพสต์โดย Chatchai Aiyara, 7 ตุลาคม 2015.

แบ่งปันหน้านี้