[Review] หลับตารีวิวหูฟัง : Xiaomi Headphone Blind Test

หัวข้อกระทู้ ใน 'อุปกรณ์เสริม' เริ่มโพสต์โดย ปาโมกข์, 18 ตุลาคม 2015.

By ปาโมกข์ on 18 ตุลาคม 2015 at 20:41:32
  1. ปาโมกข์

    สมัครเมื่อ:
    15 ตุลาคม 2015
    ข้อความโพสต์:
    3
    คำชอบใจ:
    4
    คะแนนสะสม:
    23
    เพศ:
    เพศชาย
    สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ "หลับตารีวิวหูฟัง: Xiaomi Headphone ฺBlind Test"

    headphone7 plug.jpg

    หูฟัง Mi headphone ที่ผมนำมาใช้รีวิวนี้เป็นสีทองๆๆ

    ตัวหูฟังถูกบรรจุมาในกล่องกระดาษแข็งทรงลูกบาศก์ขนาดค่อนข้างใหญ่เล็กน้อย

    เมื่อผมได้จับกล่องเป็นครั้งแรก ค่อนข้างชอบแพ็กเกจพอสมควรเลย เพราะเวลาสัมผัส มันให้ความรู้สึกว่ากล่องบรรจุภัณฑ์แข็งแรง เรียบหรู ดูหนักแน่น

    แกะกล่องมา ก็จะพบกับหูฟัง และ accessory ที่ติดมากับหูฟังเต็มกล่องเลยย

    หยิบ accessory แต่ละชิ้นออกมาดู ต้องยอมรับเลยครับว่า ทุกชิ้นทำออกมาได้ดูดี มีคุณภาพ ไม่ใช่งานกระป๋องอย่างแน่นอน

    เรามาดูกันดีกว่าว่า accessory ที่ติดมากับกล่อง มีอะไรบ้าง

    headphone4-unbox accessories.jpg

    สายหูฟังพร้อมรีโมทควบคุมยาว 1.4 เมตร หุ้มด้วยผ้าKevlar ถัก ซึ่งมีความยืดหยุ่น ทนทานมาก ที่สำคัญสามารถลดปัญหาสายพันกันได้เป็นอย่างดี

    ชุดแพดมาตรฐาน ที่ติดมากับหูฟังเป็นแบบ on-ear แบบนุ่มและมีเสริมมาให้อีก 2 คู่ คือ

    ชุดหูฟัง On-ear แบบโฟม

    ชุดหูฟัง Over-ear แบบนุ่ม

    ถุงผ้าMicro fiber แสนนุ่มไว้เก็บหูฟัง ขนาดไม่ใหญ่เข้าได้กับเจ้าตัว Mi พอดิบพอดี

    เคสแข็งเก็บหูฟังที่มีขนาดใหญ่ สามารถใส่ ตัว Mi พร้อมแพดหูฟังหนึ่งคู่ accessory ชิ้นเล็กๆ และ player เข้าไปได้หมดในคราวเดียว

    Airplane adapter ที่เอาไว้ต่อช่องหูฟังบนเครื่องบิน

    3.5mm to 6.3mm adapter เผื่อเอาไว้ต่อแอมป์ขนาดใหญ่หรือเครื่องเสียงที่ต้องใช้แจ็ค 6.3

    และสุดท้ายก็คือ คู่มือ

    headphone7 gold.jpg

    คราวนี้มาถึงพระเอกของเรา เจ้าตัวหูฟัง Mi

    Mi เป็นหูฟังประเภท full-size แบบ semi open ขนาดประมาณหู on-ear ทั่วไป ทำให้มีขนาดไม่ใหญ่มาก พกพาสะดวก พับเก็บได้
    headphone8 fold.jpg
    โดยที่แพดแบบ on-ear และแพดแบบ over-ear สามารถช่วยตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้เล็กน้อย และเวลาใช้งานจะมีเสียงเพลงเล็ดลอดดังออกมารอบข้างมากพอสมควร จึงควรระวังในกรณีที่ใช้งานในสถานที่ที่ต้องการความเงียบสงบอย่างห้องสมุด บนรถโดยสาร รถตู้ บนเครื่องบิน เพราะไม่งั้นคนที่อยู่ข้างๆอาจจะมองตาเขียวใส่เพื่อนๆได้ครับ 555

    แต่จริงๆแล้ว Xiaomi ออกแบบหูฟังตัวนี้ให้เป็นหูฟัง full-size ประเภท on-ear และ over-ear ในตัวเดียวกัน โดยการเปลี่ยนแพดหูฟังเท่านั้นเองครับ การเปลี่ยนแพดก็ไม่ยาก แค่บิดแพดทวนเข็มแล้วถอดแพดออกมา

    ส่วนตอนใส่แพดก็เพียงวางให้ตรงล็อค จากนั้นก็บิดตามเข็มเข้าไป
    headphone5 pad switchable.jpg
    Mi ตัวนี้ body เกือบทั้งหมดเป็นโลหะ มีความแข็งแรง ทนทาน แต่เมื่อได้จับ เราสัมผัสได้ถึงความปราณีต และงานออกแบบทำได้ค่อนข้างเนี้ยบมาก สเปคบอกไว้ว่าหนัก 240 กรัม ทำให้หูฟังตัวนี้มีน้ำหนักพอสมควร แต่ก็ไม่ได้หนักมากจนเมื่อยคอเวลาใช้งานนะครับ จริงๆ

    ส่วนแพดและตรงที่ครอบศีรษะจะบุด้วยฟองน้ำที่นุ่มและหุ้มด้วยหนังอย่างดี Mi นี่ออกแบบมาให้รับกับหูและศีรษะได้สุดยอดมาก เวลาสวมใส่ผมจึงไม่รู้สึกว่าหูฟังมันหนีบศีรษะเลยครับ

    เวลาใช้งาน เราต้องนำสายหูฟังมาต่อที่ตัวหูฟังทั้งสองข้างก่อน

    การแยกสายออกจากตัวหูฟังของ Mi นี้ผมชอบมาก เพราะความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุการดึงกระชากสายหูฟังระหว่างการใช้งานแทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เลยครับ เพราะหากมีการกระชากปุ๊บ สายหูฟังก็จะหลุดออกจากตัวหูฟังทันที

    Remote ควบคุมหูฟังที่ติดมากับสาย ทำออกมาได้แข็งแรงแน่นหนาไม่พังง่ายๆแน่นอน

    ที่รีโมทจะมีไมค์และปุ่มควบคุมเพียงหนึ่งปุ่มเท่านั้น เอาไว้ควบคุมการรับสายวางสายการเล่น หยุดและเลื่อนเพลง ของโทรศัพท์

    โดยที่รีโมทตัวนี้สามารถควบคุมได้ทั้ง IOS และ android ในตัวเดียวกันเลยครับ เสียดายแค่ว่าไม่มีปุ่มเพิ่มลดเสียง ไม่เช่นนั้นจะ Perfect มากๆ ทั้งนี้โดยปกติ รีโมทหูฟังส่วนใหญ่ จะรองรับแค่ระบบปฏิบัติการเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงเวลาซื้อหูฟัง เราจำเป็นต้องเลือกให้ถูกต้องด้วยครับ

    headphone10-design.jpg

    มาว่ากันด้วยเรื่องเสียงกันดีกว่า


    เรื่องความแรงของสัญญานเสียง ก่อนอื่นผมบอกให้เพื่อนๆสบายใจก่อนเลยครับ ว่าหูฟังตัวนี้ขับง่ายมากๆ


    ไม่ว่าผมต่อจาก iphone5 หรือ ipod shuffle ปรากฏว่าขับได้สบายแบบไม่ต้องง้อแอมป์เลยครับ

    แต่แอบมีทริกเล็กๆน้อยๆ คือ แพด on-ear จะสัมผัสได้ถึงเสียงที่ดังกว่าแพดชนิดอื่นที่แถมมาครับ

    และเพื่อให้เหมาะกับหูฟัง Hi-end ตัวนี้แนะนำให้ใช้ไฟล์เพลงที่มาความละเอียดสูงพวก WAV หรือ FLAC

    ไฟล์

    เมื่อซื้อหูฟังมาใหม่ๆ ผมแนะนำให้ burn ก่อนอย่างน้อยสัก 10 ชั่วโมงครับ

    ใครสงสัยว่าการ burn คืออะไร ก็ขอตอบคร่าวๆว่า คือการเปิดเพลงให้หูฟังมันได้ทำงาน พูดง่ายๆเหมือนการวอมหูฟังนี่เอง

    ตัวผม ชอบเปิดเพลงเพื่อเริ่ม burn ตอนก่อนนอน แล้วเปิดทิ้งไว้ทั้งคืน ตื่นเช้ามาก็ burn เสร็จพอดีหละครับ 555

    ถามว่าทำไมหูฟังต้อง burn ก่อน ยกตัวอย่างหูฟังตัวนี้ ผมได้ลองฟังก่อน burn ปรากฏว่า เบสหรือเสียงย่านต่ำมันจะบวมและค่อนข้างกลบเสียงย่านอื่นไปมาก แต่เมื่อ burn เสร็จแล้ว เสียงนี่ดีขึ้นผิดหูผิดตาเลยครับ

    และสิ่งที่ผมชื่นชมมากๆของหูฟังตัวนี้เลยก็คือ เรื่องมิติเสียงครับ
    headphone3-breakdown.jpg
    คือมิติเสียงเพลงค่อนข้างลึก ยิ่งเปิดไฟล์ที่อัดมาเป็น 3d หรือไฟล์ที่มีมิติเสียงที่ดี หูฟังตัวนี้จะสามารถฟังได้อย่างชัดเจนเลยครับ

    เพลงไหนที่จัดวางให้ดนตรีอยู่รอบๆตัวเรา หูฟังตัวนี้ก็ขยายให้ดนตรีมีมิติรุมล้อมเราเข้าไปอีก ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่กลางวงดนตรีจริงๆครับ

    ส่วนกรณีที่บางเพลงวางชิ้นตำแหน่งดนตรีในลักษณะที่เหมือนเรานั่งฟังอยู่หน้าเวที หรือวางดนตรีไว้หลังนักร้อง เมื่อฟังผ่านหูฟังตัวนี้แล้ว

    เราจะรู้สึกถึงมิติความลึกของเวที นักร้องรวมถึงดนตรีในแต่ละชิ้นประมาณว่าชิ้นไหน อะไรวางหน้าวางหลัง ได้อย่างชัดเจนเลยครับ

    ส่วนเพลงประเภทที่มีเสียงสะท้อน หรือ ambient หูฟังตัวนี้จะขับเน้นเสียงสะท้อนของเพลงออกมาได้ดีเยี่ยมมาก


    อารมณ์เหมือนเราอยู่ในห้องโถง แล้วมีเสียงนักร้องและดนตรีสะท้อนไปมาภายในห้องได้อย่างสมจริงสุดๆ


    ถ้าไม่เชื่อ ใครมีหูฟังตัวนี้อยู่ ให้ทดสอบกับเพลง The Man From God Knows where ของ Tom Russell ดูจะเห็นได้ชัด

    ยิ่งผมเอาไปใช้ดูหนังและเล่นเกม ด้วยความที่มิติหูฟังตัวนี้ดีมาก จึงทำให้การดูหนังสมจริงมากๆเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเสียงแวดล้อม เสียงสะท้อนของห้อง หรือแม้เสียงปืน ระเบิด เสียงการต่อสู้หูฟังตัวนี้ทำออกมาได้มันสะใจจริงๆๆ

    headphone spec.png


    ทีนี้ลองมาดูส่วนแพดหูฟังที่เพิ่มมาคือ แพดแบบ on-ear และ over-ear ใช้เป็นวัสดุอย่างเดียวกัน คือ ฟองน้ำที่นุ่ม และหนังหุ้มแพดที่ทำออกมาได้นุ่มเนียนมากๆ

    แพดทั้งสามชนิดนี้ ว่าด้วยเรื่องความนุ่ม ผมขอยกให้แพดแบบ over-ear ครับ เวลาเอาหูฟังมาสวมศีรษะนี่ เหมือนหนุนหมอนนอนสบายเลยก็ว่าได้ 555

    อย่างตอนที่ผมเขียนรีวิวนี้ ผมลองครอบหูฟังแพด over-ear มาเกือบครึ่งวันแล้ว ก็ยังไม่มีความรู้สึกปวดหูหรืออึกอัดแต่อย่างไร

    สำหรับon-ear ก็นุ่มนะครับ แต่ด้วยความที่ว่าฟองน้ำที่บุอยู่ข้างในมีปริมาณน้อยกว่าแพด over-ear มันก็เลยรู้สึกนุ่มสู้ไม่ได้เท่านั้น

    ส่วนแพดแบบโฟม แพดทำจากโฟมคุณภาพดี มีความนุ่มสบายมากๆ โดยมีขนาดเท่ากับแพด on-ear ครับ


    หูฟังตัวนี้ ถ้าเทียบเป็นคน ก็เหมือนคนมีหลายบุคลิกครับ

    ด้วยแพดทั้งสามคู่ บุคลิกเสียงก็ไปถึงสามแบบสามแนวกันแล้ว

    ขอเริ่มจากการฟังโดยใช้แพด on-ear ก่อนนะครับ

    เบส แพด on-ear เบสหนัก มาเป็นลูกๆ มีความนุ่มลึกพอสมควร ใครชอบฟังเบส ฟังเพลงเร็วๆ ต้องชอบแน่นอน ลักษณะเบสไม่ได้กระแทกกระทั้นมาก แต่ก็ไม่ถึงกับนุ่มมาก เอาเป็นว่ากลางๆ ใครชอบเบสนุ่มก็ฟังได้ คนชอบเบสตึ๊บก็ฟังดีละครับ

    ทั้งนี้ แม้เบสจะหนักอย่างไร แต่เวลาฟังไม่หนวกหู และเสียงเบสก็ไม่ได้ไปกลบย่านเสียงอื่นจนฟังไม่รู้เรื่องนะครับ แค่อาจทำให้แนวเสียงโดยรวมออกโทน darkเล็กน้อย ผมว่าขาร็อกนี่สะใจเลยหละครับ หรือแม้กระทั่งเพลงช้าๆอย่าง Heal The World ที่เป็นหนึ่งในเพลงทดสอบของผม เสียงเบสฟังแล้วนุ่มลึกกำลังพอดี ผมนี่เคลิ้มเลยครับ

    แต่ถ้าเปลี่ยนไปใช้แพดแบบ over-ear หรือแพดแบบโฟม เสียงเบสจะลดน้อยลงครับ เสียงโดยรวมก็จะสดใส สว่างขึ้นด้วย ไม่ฟังออกโทน dark เหมือน on-ear อีกแล้ว

    เสียงกลาง on-ear อย่างเสียงร้อง ผมว่านักร้องตัวใหญ่ขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย อาจเพราะได้รับอิทธิพลจากย่านเบสบ้างหละครับแต่โดยส่วนตัว ผมว่ามันก็ทำให้เสียงดูหนาและมีมวลมากขึ้น ไพเราะไปอีกแบบหละครับ 555 ขอยกตัวอย่างเพลงเดิม Heal The World ปกติเนื้อเสียงของ Michael จะเป็นเสียงค่อนข้างสูง และมีความแข็งแรงมาก พอมาฟังด้วยหูฟังตัวนี้ ด้วยแพด on-ear นี้ เสียงของ Michael จะมีมวลและทำให้เนื้อเสียงโดยรวมเพิ่มขึ้น ผมว่าฟังแล้วอิ่มและน้ำเสียงมีความอบอุ่นดีครับ

    แต่ถ้าเปลี่ยนแพดเป็นแบบ over-ear หรือแบบโฟม เนื่องจากเบสลดน้อยลง เสียงกลางก็จะดูสดใสขึ้นยิ่งถ้าเป็นแพดโฟมเสียงจะสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ Michael เองเสียงก็กลับมาโทนสูงอย่างเดิมแล้วครับ 555 สรุปสำหรับเสียงกลาง เด่น มีความอิ่มหนา โดยเฉพาะแพด over-ear และแพดโฟมไม่ถูกย่านเบสรบกวนเลยครับใครชอบฟังเสียงนักร้อง หูฟังตัวนี้ไม่ผิดหวังครับ ^^


    ย่านแหลม on-ear ส่วนตัวผมทำได้ไม่ค่อยดีมากนัก คือเสียงย่านแหลมมันก็มีอยู่แต่สำหรับผม ผมมองว่าเสียงย่านเบสมันรบกวนเสียงแหลมไปบ้าง เสียงกุ๊งกิ๊งของเครื่องดนตรีจะได้ยินไม่ค่อยชัดเท่าที่ควร แต่เพื่อนๆไม่ต้องกังวลไป แม้ทำได้ไม่ดีมากแต่ก็ไม่น่าเกลียดจนขาดความไพเราะไปครับ


    ส่วนถ้าเปลี่ยนมาเป็น over-ear หรือ แพดแบบโฟม เสียงย่านแหลมจะทำได้ดีขึ้นครับ โดยเฉพาะแพดโฟมด้วยแล้ว
    headphone9-pad3.jpg
    ผมว่า ย่านแหลมจะทำออกมาได้ดีกว่าเพื่อน และเป็นแหลมที่สวยงาม ไม่เสียดหูแต่อย่างไรครับ เสียงกุ๊งกิ๊งสามารถได้ยินอย่างชัดเจนเลยครับ คราวนี้ผมลองใช้แพดโฟมทดสอบเพลง Going Home ของ Kenny G เสียงแซ็กโซโฟนที่ได้ยิน แหลม ปลายไม่บาดหู ไม่รู้สึกเสียดหูแต่อย่างไร ฟังแล้วละมุลหูมากๆเลย ผมว่านะ แพดโฟมนี่ เสียงแอบมีกลิ่นอาย grado มากเหมือนกันนะ!!!

    Sound stage ฟังจากทั้งสามแพดนี้แล้ว sound stage จะไม่กว้างมากเหมือนๆกัน

    เวลาฟังพวกดนตรีต่างๆ อารมณ์เหมือนวงดนตรีกำลังเล่นอยู่บนเวทีขนาดไม่ใหญ่มาก ผมว่าก็ดูอบอุ่นดีไปอย่างนะครับ 555

    แม้ sound stage จะไม่กว้างมากก็จริง แต่ว่า การแยกแยะเสียงดนตรีกลับทำได้ค่อนข้างดีใช้ได้เลยละครับ

    ถึงจะไม่ได้ดีขนาดมีช่องไฟสามารถแยกดนตรีทุกตัวออกมาเป็นชิ้นๆ แต่ก็สามารถฟังว่าดนตรีที่เล่นมีดนตรีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ไม่ถึงกับกระจุกรวมกันจนฟังไม่รู้เรื่อง

    จริงอยู่แม้โดยรวม sound stage ของหูฟังตัวนี้จะไม่กว้างมากนัก แต่แพดแต่ละตัวก็จะทำให้ความกว้างของ sound stage แตกต่างกันออกไปด้วย

    กล่าวคือ แพดแบบ on-ear sound stage จะแคบที่สุด ส่วน แพดแบบ over-ear และ แบบโฟม ก็จะกว้างขึ้นตามลำดับครับ แต่ก็ไม่ได้กว้างจนทิ้งกันมาก มันเพิ่มแค่เล็กน้อยเท่านั้น

    เอาอย่างนี้ ผมว่า เนื่องจาก Mi มีหลายแพด มีหลายบุคลิกเสียงเหลือเกิน ผมขอสรุปให้สั้นๆกันงงอีกรอบละกัน

    ใครชอบ เบสมันๆ หรือชอบโทน dark จัดแพดแบบ on-ear ไปได้เลยครับ

    ใครชอบแพดใส่สบาย ชอบเรื่องมิติเสียง ดูคอนเสริต ดูหนัง เล่นเกม จัดแพด over-ear รับรองถูกใจแน่ๆ

    ส่วนใครชอบโทนสว่าง เสียงใสๆ ฟังเพลงบรรเลง หรือชอบเสียงแนวหูฟัง grado แพดแบบโฟมรับรองไม่ผิดหวังครับ

    ดังนั้นครอบครัวไหน พ่อแม่ลูกชอบหูฟังคนละแนวกัน ก็ไม่ต้องไปซื้อหูฟังใหม่ให้เยอะแยะ แค่สลับแพดกันใช้ก็เพียงพอแล้วหละครับ 555

    บทสรุป

    Mi Headphone เป็นหูฟังสุดคุ้ม ราคาประหยัด

    มีหลายบุคลิกเสียง จึงเป็นหูฟังที่เหมาะกับเพลงแทบทุกแนว การดูหนัง ดูการบันทึกแสดงสด หรือเล่นเกม และที่สำคัญคือ เป็นหูฟัง over-ear ที่สุดแสนจะสะดวกพกพา


    แต่จะไม่เหมาะสำหรับ การฟังในสถานที่สาธารณะที่มีข้อจำกัดการใช้เสียง รวมถึงคนที่ชอบฟังจับผิดเพลงครับ
    headphone9 user.jpg

    หลับตารีวิว รีวิวหูฟัง Mi Headphone จากค่าย Xiaomi แบบ blind test จากผู้พิการทางสายตาได้จบลงแล้ว

    หวังว่าเราจะมีโอกาสได้เจอกันอีกในรีวิวหน้าครับ

    หากสนใจพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับหูฟังสามารถพบกับผมได้ใน https://www.facebook.com/pamoke.promdej?_rdr=p

    ขอบคุณครับ

    #Xiaomi #เสียวหมี่ #Xiaomi Headphone #miui thailand #miui ninja #รีวิวหูฟัง #headphone
     
    Nasoshi, LinkWii777, DiscoMi และ อีก 1 ท่านอื่น ชอบโพสต์นี้.
Tags: this article has not been tagged

ตอบกลับ

หัวข้อกระทู้ ใน 'อุปกรณ์เสริม' เริ่มโพสต์โดย ปาโมกข์, 18 ตุลาคม 2015.

    1. DiscoMi
      DiscoMi
      ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆ ครับ ทำให้ผมชักเริ่มอยากได้หูฟังตัวนี้บ้างละ
    2. LinkWii777
      LinkWii777
      ซื้อมานานแล้วครับ เห็นสีทองแล้วอยากได้ตั้งแต่ประกาศเปิดตัวจาก Mi ครั้งแรก ช่วงประกาศเปิดตัวใหม่ผมต้องรอนาน 4 เดือนถึงจะวางขายจริง ทำเอาใจแทบขาด ของจริงสีทองสวยกว่าในภาพมากครับ ชิ้นส่วนทุกอย่างทำออกมาปราณีตมากครับ เก็บรายละเอียดดีกว่าและเสียงดีกว่าหูฟังบีสในราคาเท่าๆกันหลายขุมครับ เรียกได้ว่าพอลองตัวนี้หูฟังบีสกลายเป็นนรกสำหรับพวก'หูทองคำ'เลยครับ 55

แบ่งปันหน้านี้